หลักสูตรการสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประสานงาน (Psychological Safety in the Workplace: Driving Team Excellence)

Home » หัวข้ออบรมพนักงาน » หลักสูตรสำหรับพนักงานทั่วไป » หลักสูตรการสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประสานงาน (Psychological Safety in the Workplace: Driving Team Excellence)

ในยุคที่บริบททางธุรกิจมีความผันผวน ซับซ้อน และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้การนำมาซึ่งระบบหรือเทคโนโลยีจะมีบทบาทและสำคัญมาก แต่ทรัพยากรที่สำคัญสุดยังคงเป็น “มนุษย์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อองค์กรก้าวเข้าสู่ยุคที่มีความหลากหลายของเจเนอเรชัน (Generation Diversity) กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลัก ล้วนให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสุขภาวะทางจิตใจในที่ทำงาน (Workplace Well-being) ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ตลอดจนการสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นี่หมายถึงนอกจากผลตอบแทนแล้ว การแสวงหาพื้นที่การทำงานที่พวกเขาสามารถแสดงออกถึงตัวตน (Authenticity) ได้รับการยอมรับ และสามารถแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ความกังวลกำลังเป็นสิ่งสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่หยั่งรากลึกในหลายองค์กรคือ การรักษาภาพลักษณ์ตามธรรมชาติของมนุษย์ ทำให้พนักงานมักเลือกที่จะ “เงียบ” เมื่อพบเจอความผิดพลาด ไม่กล้าตั้งคำถามเมื่อไม่รู้ ไม่กล้าเสนอไอเดียที่แตกต่างเพราะกลัวถูกมองว่าไม่เก่ง และไม่กล้าคัดค้านเพราะกลัวผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ปรากฏการณ์ความเงียบในองค์กร (Organizational Silence) นี้ นอกจากจะสร้างความอึดอัดใจและบั่นทอน ใช่เพียงแต่กับคนรุ่นใหม่ ยังส่งผลเสียร้ายแรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน (Business Performance) ทำให้องค์กรสูญเสียโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และเกิดความบกพร่องในการประสานงานภายในทีม

ด้วยเหตุนี้ แนวคิดเรื่อง “ความปลอดภัยทางจิตวิทยา” (Psychological Safety) จึงกลายเป็นคำตอบสำคัญที่องค์กรยุคใหม่ขาดไม่ได้ ความปลอดภัยทางจิตวิทยาไม่ใช่การทำตัวใจดีไปหมดทุกเรื่อง (Being Nice) แต่คือ “คุณลักษณะระดับกลุ่ม” (Team-Level Phenomenon) ที่ทุกคนในทีมมีความเชื่อร่วมกันว่า บรรยากาศในที่ทำงานที่ปลอดภัยพอ จะส่งเสริมความไว้ใจ ที่ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพ และการทำงานร่วมกันที่ดีขึ้น ดังที่ได้มีหลายงานวิจัยรองรับ

หลักสูตรการสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประสานงาน (Psychological Safety in the Workplace: Driving Team Excellence) (C-29)

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการปรับทัศนคติพื้นฐาน (Mindset) ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) ในบรรยากาศที่สนุกสนานและปลอดภัย เพื่อทลายกำแพงความกลัว สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้นำและทีมงาน ตลอดจนร่วมกันกำหนดข้อตกลงและเครื่องมือที่สามารถนำไปปรับใช้ในหน้างานได้ทันที



ทำไมต้องอบรมหลักสูตรนี้!!

  • ต้องการให้บุคลากรกล้าสื่อสาร กล้าตั้งคำถาม และกล้าเสนอไอเดียใหม่ ๆ อย่างเป็นตัวเอง
  • ผู้เข้าอบรมเข้าใจ “วิทยาศาสตร์ของการพลาดให้เป็น” และสามารถแยกแยะความล้มเหลวได้
  • ผู้นำ จะได้ชุดเครื่องมือ และทักษะการตอบสนองเชิงบวก (Productive Response)
  • บุคลากรสามารถทลายปรากฏการณ์ความเงียบ (Organizational Silence) ปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ระดับกลุ่ม
  • บุคลากรในทีมสามารถสร้างสมดุลระหว่างความใส่ใจส่วนบุคคล (Care Personally) และการกล้าท้าทายเพื่อพัฒนางานตรงประเด็น (Challenge Directly)
  • บุคลากรสามารถแยกแยะและเปลี่ยนความขัดแย้งในเนื้อหางาน (Task Conflict) ให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์
  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ปราศจากความกลัวสามารถตรวจพบข้อผิดพลาดและแก้ไขระบบได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะเกิดวิกฤตการณ์ร้ายแรง
  • ดึงดูดและรักษาคนรุ่นใหม่ ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่ปลอดภัย สบายใจ และเปิดกว้าง จะช่วยตอบโจทย์ค่านิยมของคนยุคใหม่

วัตถุประสงค์

  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมตระหนักถึงสัญญาณเตือนความเงียบในองค์กร รวมถึงเข้าใจกลไกการปกป้องตนเองในที่ทำงานที่บั่นทอนประสิทธิภาพการประสานงาน
  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเกิดการตระหนักรู้เท่าทันกลไกการการปกป้องตนเอง เพื่อสร้างการสื่อสารที่เปิดใจภายในทีม
  • เพื่อปรับทัศนคติของผู้เข้าอบรมต่อนิยามของความล้มเหลวเปิดรับการเรียนรู้จากความผิดพลาดร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้หลักการความจริงใจ ที่สอดคล้องกับความเข้าใจในการสื่อสาร
  • เพื่อเสริมสร้างทักษะและชุดเครื่องมือสำหรับผู้นำ ด้านความปลอดภัยในทีม
  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนมุมมองสะท้อนความคิด (Reflection) และสร้างพันธสัญญาใจร่วมกันในการลงมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในอนาคต

กลุ่มเป้าหมาย

  • กลุ่มบุคลากรที่มีความหลากหลายในช่วงอายุ
  • ระดับและส่วนงานที่เหมาะสม : ทุกระดับ ทุกส่วนงาน

การอบรม รูปแบบการเรียนการสอน

  • อบรมภายใน In-house Training
  • สถานที่ห้องประชุมมีเครื่องฉายสไลด์/Projector, ไมโครโฟน, เครื่องขยายเสียง
  • จัดโต๊ะแบบกลุ่ม (Clusters)
  • การบรรยาย 60 %
  • กิจกรรมกลุ่ม / ฝึกปฏิบัติ Workshop และการนำเสนอผลงานกลุ่ม 40%

ระยะเวลา

1 วัน / 6 ชั่วโมง 9.00 น. – 16.00 น. 


หัวข้ออบรมพนักงาน (Course Outline)

*หลักสูตรอาจมีการพัฒนาหรือปรับตามวัตถุประสงค์ได้ – ดูรายละเอียดและกำหนดการ >  พิมพ์-เอกสารนำเสนอผู้บริหาร (พบเจอหลักสูตรเลียนแบบกรุณาแจ้งเรา)

ช่วงเช้า

  • โมดูล 1: บทนำและการสำรวจทีม (The Reality Check)
    • ความเงียบในองค์กร
    • พฤติกรรมเอาตัวรอดในที่ทำงาน
  • โมดูล 2: ก้าวข้ามความกลัว 4 ด้าน (Overcoming Fear)
    • กลไกการจัดการภาพพจน์
    • ถอดรหัสความเสี่ยง 4 ด้าน
    • การไว้ใจคนกับการไว้ใจทีม
  • โมดูล 3: ความผิดพลาดอย่างชาญฉลาด (Intelligent Failure)
    • วิทยาศาสตร์ของการผิดพลาด
    • การปรับกรอบคิดสู่การปฏิบัติ

ช่วงบ่าย

  • โมดูล 4: หลักการความจริงใจและตรงประเด็น (The Radical Candor Approach)
    • โมเดลความจริงใจขั้นสุด
    • การหาจุดสมดุล และบริหารความขัดแย้ง
  • โมดูล 5: เครื่องมือผู้นำเพื่อสร้างความปลอดภัยในทีม (The Leader’s Toolkit)
    • บันได 4 ขั้นสู่ความปลอดภัยทางจิตวิทยา
    • เครื่องมือพฤติกรรมสำหรับผู้นำ
  •  โมดูล 6: การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร (Culture Transformation)
    • การสะท้อนความคิดและการเรียนรู้รายบุคคล
    • สรุปภาพรวมและแรงบันดาลใจในการสร้างวัฒนธรรม

*อาจมีการปรับให้สอดคล้องกับเวลาและสถานการณ์ มีแทรกจังหวะผ่อนคลายสนุกสนานให้ไม่น่าเบื่อ พักเบรกตามเหมาะสม (ปกติ 10.30, 14.30 น.)


วิทยากรอบรมพนักงาน

วิทยากรอบรมพนักงาน-อ.ปรีดา ศิริชัยวัฒนานันท์

วิทยากรประจำหลักสูตร

อ.ดา – ปรีดา ศิริชัยวัฒนานันท์   วิทยากรผู้เชียวชาญด้าน Soft Skill, จิตวิทยา และทักษะจำเพาะหลายด้าน มุ่งเน้นทำหลักสูตรให้หลักการนำไปใช้ได้ในชีวิตจริงและการทำงาน จากประสบการณ์การทำงานในทุกระดับหลากสายงาน และอดีตวิทยากรอบรมภายใน ด้านการบริหารจัดการและการตลาด สู่ผู้บริหารและที่ปรึกษาธุรกิจ วิทยากรสายจิตวิทยา ที่เชื่อเรื่องทัศนคติ และการเปลี่ยนแปลง จึงไม่เคยหยุดพัฒนาหลักสูตร ด้วยความรักและความใส่ใจในอาชีพ 😎

🔗ดูประวัติวิทยากร



แนะนำหลักสูตรอบรมพนักงาน (In-house training) ที่คุณอาจสนใจ

หลักสูตรการสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประสานงาน (Psychological Safety in the Workplace: Driving Team Excellence)